Home | Certficate | Google Map |
ข่าวสารวงการ Logistics

                                                   

ตลาดอี-คอมเมิร์ซไทยเติบโตชนิดฉุดไม่อยู่ ตัวเลขคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตสูงถึง 31 ล้านคนเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการพัฒนาช่องทางเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ถึงตัวผู้บริโภคโดยตรง ทำให้การซื้อ-ขายทางอินเทอร์เน็ตสะดวก ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ ไลน์ (Line) เฟซบุ๊ก (Facebook) อินสตาแกรม (Instagram) รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่นขึ้นมาเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคเพลินกับการช้อปปิ้งออนไลน์   ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซหลายรายเริ่มเห็นความสำคัญของงานบริหารและจัดส่งสินค้า (Fulfillment) และมองหาเอาท์ซอร์สด้านบริการโลจิสติกส์ในกลุ่มอี-คอมเมิร์ซโดยเฉพาะ มาช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันเพราะหากออเดอร์ล้น แพ็คของส่งไม่ทัน สินค้าส่งถึงมือผู้บริโภคล่าช้า หรือร้านค้าขาดการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าที่ดี เกิดความผิดพลาดในการหยิบสินค้ามาจัดส่งตามคำสั่งซื้อ ย่อมจะลดความน่าเชื่อถือของร้านค้าออนไลน์ ถึงขั้นลูกค้าเปลี่ยนใจไปซื้อ-ขายกับร้านอื่นที่มีระบบจัดการที่แม่นยำกว่าเคลื่อนตัวสู่อาเซียน

          อาเซียนเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในกลุ่มประเทศอาเซียนมีมูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2557 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.84 หมื่นล้านบาทในปี 2558 หรือเติบโตขึ้นถึง 31% ข้อมูลจาก AT Kearney บริษัทที่ปรึกษาการจัดการระดับโลก ระบุว่าสิงคโปร์เป็นหนึ่งเดียวในประเทศอาเซียนที่ติดอยู่ใน 14 อันดับแรกของดัชนีอี-คอมเมิร์ซโลก (Global Retail E-Commerce Index) นอกเหนือจากอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet Penetration Rate : IPR) ของคนสิงคโปร์จะสูงเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน สิงคโปร์ยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเติบโตของพฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์อย่างโดดเด่น

หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญคือ ระบบจัดการสินค้าและการขนส่ง (Warehouse & Fulfillment) สำหรับผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ เช่น “Ninja Van” บริษัทสัญชาติสิงคโปร์ที่ให้บริการจัดส่งสินค้าแบบวันถัดไปให้กับบริษัทอีคอมเมิร์ซกว่า 300 รายในประเทศ รวมถึงร้าน Lazada, Guardian, Pupsik Studio และ Love Bonito โดยเลือกรับ-ส่งสินค้าหลายๆ ออเดอร์ มาบริหารจัดการส่งบนเส้นทางเดียวกัน เพื่อลดต้นทุนต่อหน่วยให้ต่ำ ซึ่ง Ninja Van วางแผนขยายธุรกิจในมาเลเซียด้วย

          นอกจากผู้ประกอบการเจ้าถิ่น ยังมี “Easy Van” จากฮ่องกงเข้ามาสร้างความแตกต่างในตลาด ด้วยบริการรับ-ส่งสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง (Point to Point) เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเคลื่อนย้ายสินค้าจำนวนมากจากคลังสินค้าไปยังร้านค้าปลีก นอกจากจะตอบโจทย์ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในฮ่องกงและสิงคโปร์ ล่าสุดEasy Van ขยายโมเดลธุรกิจมายังประเทศไทยในชื่อ lalamove ด้วย

          การเติบโตของธุรกิจอี-โลจิสติกส์ในอาเซียนจึงนับว่าน่าสนใจทีเดียว เนื่องจากผู้เล่นในตลาดนี้ต่างมุ่งที่จะขยายตลาดไปทั่วภูมิภาค เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปัจจัยความสำเร็จนอกจากระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งสินค้าจากผู้ขายไปยังผู้ซื้ออย่างรวดเร็ว ยังต้องเข้าใจภูมิศาสตร์และพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไป

          การขนส่งในประเทศเล็กๆ อย่างไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ น่าจะบริหารจัดการได้ง่ายกว่าประเทศที่เป็นเกาะอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมวิธีการชำระเงินที่หลากหลาย เพราะในเวียดนามและฟิลิปปินส์ ประชากร 70% ยังไม่มีบัญชีธนาคาร แม้แต่ประเทศไทยเอง การชำระเงินออนไลน์ยังไม่ได้รับความน่าเชื่อถือเท่าที่ควร บริการส่งสินค้าแล้วเก็บเงินสดปลายทาง (Cash On Delivery) จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

                                                                                                                        

                                                                                                                      

 

โลจิสติกส์ข้ามชาติ ขอแชร์ตลาด

          เทรนด์ที่เห็นชัดเจนในตลาดอี-คอมเมิร์ซของไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คือ การปรากฏตัวของผู้ประกอบการอี-โลจิสติกส์ทั้งรายใหญ่และรายเล็ก ที่มีเปิดบริการจัดส่งพัสดุเพื่อร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ โดยแต่ละรายต่างสร้างจุดขายของตนเอง แทรกตัวขึ้นมาให้ร้านค้าออนไลน์ได้เปรียบเทียบและเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะกับธุรกิจและสินค้าของตน

          ขยายตัวแบบก้าวกระโดดของตลาดอี-คอมเมิร์ซ และนโยบายที่ไทยจะเป็น Logistics Hub ของอาเซียน ดึงดูดให้บริษัทโลจิสติกส์ข้ามชาติเลือกที่จะขยายธุรกิจมายังเมืองไทย เพื่อให้บริการขนส่งสำหรับธุรกิจซื้อ-ขายออนไลน์โดยเฉพาะ โดยใช้แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์บริหารคลังสินค้าออนไลน์ และระบบจัดการขนส่งสินค้าของบริษัทแม่ ที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จในต่างแดน มาบุกตลาดเมืองไทย โดยขายความเป็นมืออาชีพ

          เช่น “aCommerce” แตกต่างด้วยการให้บริการตั้งแต่คิดแคมเปญการตลาดยันขนส่งสินค้า โดยใช้จุดแข็งที่มีบริษัทแม่อยู่ในไทย และมีสาขาในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ให้บริการสำหรับแบรนด์และร้านค้าปลีกไทยและต่างชาติที่ต้องการใช้ช่องทางอี-คอมเมิร์ซทำตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งแบรนด์ต่างชาติ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น ที่ต้องการรุกตลาดในเมืองไทย

          ในขณะที่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์มาตรฐานระดับโลกอย่าง “DPX Logistics” ก็แบ่งพาร์ทมาให้บริการจัดส่งแก่ผู้ที่ค้าออนไลน์เช่นกัน โดยให้เช่าคลังสินค้า ควบคุมสต๊อก จัดสินค้าตามออเดอร์ รวมทั้งนำส่งสินค้าถึงมือลูกค้าปลายทาง...

 

เครดิตที่มา ภาพ ข่าว บทความ   :  http://xn--72cfa1hey3b0dtji.com/detail.php?id=1885

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ติดตามอ่าน Logistics พันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็ก ได้ต่อที่นี่

Logistics พันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็ก Part 2 - ไปรษณีย์ไทย ปรับตัวทันยุค
Logistics พันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็ก Part 3 - ข้อดีของ อี-โลจิสติกส์
Logistics พันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็ก Part 4 - Sokochan ผู้ช่วยแพ็ค-ส่งสินค้า
Logistics พันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็ก Part 5 - Shipyours บุกเบิกคลังสินค้าออนไลน์
Logistics พันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็ก Part 6 - EMSsmart แอปฯ แจ้งพิกัดพัสดุ
Logistics พันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็ก Part 7 - lalamove เรียกรถไปส่งของด่วน

ที่มา : เรื่องจากปก นิตยสาร SME ชี้ช่องรวย ปีที่ 11 ฉบับที่ 130


SendExpress 140/130 Moo 3 Tumbol Pakred Amphur Pakred Nonthaburi 11120, Thailand.

Hot Line 08-5995-6000